แถลงการณ์ เพื่อคุ้มครองลูกจ้างทำงานบ้าน

ลูกจ้างทำงานบ้านมีส่วนสำคัญในการช่วยสร้างเศรษฐกิจโดยรวม ในรอบหลายปีที่ผ่านมามีเงินสะพัดในกลุ่มอาชีพนี้ทั่วโลกจำนวนสูงถึง 27,000 ล้านบาท  ในขณะเดียวกันลูกจ้างทำงานบ้านก็มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจในครอบครัว เพราะช่วยทำให้ผู้หญิงได้ออกไปทำงานนอกบ้านเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว ในประเทศไทยลูกจ้างทำงานบ้านทั้งที่เป็นแรงงานข้ามชาติและแรงงานไทยมีจำนวนมาก จากการสำรวจภาวการณ์ทำงานของประชากร พ.ศ. 2552 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าจำนวนลูกจ้างในครัวเรือนส่วนบุคคลมีอยู่ประมาณ 230,000 คน นอกจากนั้นสถิติอย่างเป็นทางการล่าสุดจากสำนักงานบริหารต่างด้าว พบว่า จำนวนแรงงานข้ามชาติที่จดทะเบียนขอบัตรอนุญาตทำงานอาชีพทำงานในบ้านในปี พ.ศ. 2553 มีถึง 129,000  คน ในขณะที่ความต้องการลูกจ้างทำงานบ้านในประเทศไทยมีเพิ่มขึ้น เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบันที่สมาชิกวัยแรงงานของครอบครัวส่วนใหญ่ ต้องออกมาทำงานนอกบ้าน ไม่สามารถดูแลงานในบ้านด้วยตนเองได้อย่างเพียงพอ  จึงไม่อาจปฎิเสธได้ว่า ลูกจ้างทำงานบ้าน เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้สภาพเศรษฐกิจและสังคมในประเทศไทยสามารถขับเคลื่อนไปได้โดยราบรื่น

แต่สภาพการทำงานรวมทั้งชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานทำงานในบ้านเอง กลับไม่มีความราบรื่นอย่างที่แรงงานพึงได้รับ เนื่องจากกฎหมายยังไม่ให้การยอมรับว่า ?งานบ้านคืองาน? ทำให้งานบ้านถูกรวมเข้าเป็นงานนอกระบบ ที่ยังไม่มีหลักประกันใดๆ ที่จะให้การคุ้มครองสิทธิแก่แรงงานเหล่านี้ คนทำงานในบ้านจึงขาดกลไกการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่นวันหยุดประจำสับดาห์ วันหยุดประจำปี เวลาทำงานที่แน่นอน ค่าจ้างที่เป็นธรรม รวมทั้งการทำงานและการอยู่อาศัยในบ้านนายจ้างอย่างปลอดภัย การขาดการคุ้มครองทางกฎหมายนี้ส่งผลให้ชีวิตของแรงงานทำงานในบ้านไม่ต่างกับการเสี่ยงโชค ไม่รู้ว่าตนจะเจอนายจ้างแบบไหน ค่าจ้างจะได้เท่าไร สภาพการทำงานและความเป็นอยู่ในบ้านนายจ้างจะเป็นเช่นไร และที่สำคัญแรงงานทำงานในบ้านส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ จึงมีความเสี่ยงเรื่องการถูกล่วงละเมิดทางเพศเพิ่มเข้ามาอีก  จึงอาจกล่าวได้ว่าแรงงานทำงานในบ้านในประเทศไทยกำลังอยู่ในสภาพที่เสี่ยงต่อการถูกละเมิดสิทธิเป็นอย่างมาก ชึ่งขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน และหลักการงานที่มีคุณค่า (Decent Work) ขององค์การแรงงงานระหว่างประเทศ
    

ด้วยสภาพปัญหาดังกล่าวกลุ่มลูกจ้างทำงานบ้านในบ้านในประเทศไทยร่วมกับองค์กรภาคเอกชนต่างๆ ทั้งในระดับประเทศ และระดับนานาชาติจึงร่วมกันรณรงค์เพื่อสิทธิของแรงงานทำงานในบ้านมาโดยตลอด

เนื่องในโอกาสผู้แทนจากรัฐบาลไทยจะไปเข้าร่วมประชุม ประจำปีองค์การระหว่างประเทศ (ILO) สมัยที่ 100 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ในเดือนมิถุนายน 2554 นี้            กลุ่มลูกจ้างทำงานบ้านในประเทศไทย ทั้งที่เป็นพี่น้องแรงงานไทยและแรงงานข้ามชาติร่วมกับ องค์กรภาคีเครือข่ายคณะทำงานเพื่อลูกจ้างทำงานบ้านในประเทศไทย  จึงร่วมกันเพื่อเสนอข้อเรียกร้องดังนี้

1.ขอให้รัฐบาลไทย และคณะผู้ร่วมประชุมฝ่ายไทยอันประกอบด้วย ผู้แทนกระทรวงแรงงาน ผู้แทนสภาองค์การนายจ้าง และผู้แทนสภาองค์การลูกจ้าง สนับสนุนเนื้อหาในร่างอนุสัญญาเพื่อคุ้มครองลูกจ้างทำงานบ้าน และข้อแนะ ที่จัดเตรียมโดย องค์การแรงงานระหว่างประเทศ ( ILO )

2.ขอให้กระทรวงแรงงานเร่งประกาศกฎกระทรวงเพื่อคุ้มครองลูกจ้างทำงานบ้านในประเทศไทย ภายในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2554 เพื่อให้สอดคล้องกับวาระที่วันที่ 28 สิงหาคม เป็นวันแม่บ้านสากล

 

ท้ายที่สุดนี้กลุ่มลูกจ้างทำงานบ้านในประเทศไทยและองค์กรภาคีเครือข่ายคณะทำงานเพื่อลูกจ้างทำงานบ้านในประเทศไทย ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิทั้งหลายในสากลโลกจงคุ้มครองผู้แทนจากรัฐบาลไทยให้เดินทางเข้าร่วมการประชุมฯโดยสวัสดิภาพ และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับข่าวดีหลังการประชุมนี้ในเรื่องการมีมาตรฐานสากลในการคุ้มครองลูกจ้างทำงานบ้าน  และการมีกฎหมายไทยที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลในการคุ้มครองลูกจ้างทำงานบ้าน เช่นเดียวกัน


ขอแสดงความนับถือ

กลุ่มลูกจ้างทำงานบ้านในประเทศไทย

มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ (Home Net)

มูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้ของแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์ (Map)

มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก(มพด.)

มูลนิธิผู้หญิง

มูลนิธิเอ็มพาว์เวอร์

สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์

Asia Pacific Forum on Women, Law and Development - APWLD

พิมพ์อีเมล

logo mini

มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.)
เลขที่ 143/109-111 หมู่บ้านปิ่นเกล้าพัฒนา ซ.วัดสุวรรณคีรี
ถ.บรมราชชนนี แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย
กรุงเทพมหานคร 10700
โทร.0-2433-6292 , 0-2435-5281 , 0-2884-6603 กด 0
โทรสาร . 0-2435-5281

แผนที่

map