facebook twitter gplus

สร้างสรรค์พื้นที่เยาวชน ยุติการละเมิดแรงงานเด็ก

ปัญหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนเด็กเป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสนใจและพยายามผลักดันแก้ไขให้หมดไป  ขณะที่ประเทศไทยก็ไม่ได้นิ่งดูดายปัญหาเหล่านี้ มีหลายองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนที่พยายามขับเคลื่อน แต่ก็ไม่มีประสิทธิผลเท่าที่ควร


"ทัตติยา ลิขิตวงษ์"
   ผู้ช่วยผู้จัดการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.) เปิดเผยว่า มูลนิธิมุ่งเน้นหลักในการแก้ปัญหา คือเรื่องแรงงานเด็ก และการช่วยเหลือเด็กในโรงงานนรกต่างๆ กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ ส่วนใหญ่จะพบเด็กเหล่านี้ที่ถูกหลอกเอามาจากภาคอีสาน อาทิ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ เข้ามาทำงานที่เป็นอันตรายและถูกละมิดสิทธิด้านแรงงาน 


     เราจะรับแจ้งจากประชาชนโดยจะรับเรื่องทางโทรศัพท์รับแจ้งเหตุ 0-2435-5281 ผ่านสื่อมวลชน ผ่านการประชาสัมพันธ์ทางรายการวิทยุ ผ่านสื่อต่างๆ และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ให้คนในสังคมที่พบเห็นความผิดปกติในการจ้างแรงงานเด็กในระหว่างทำงาน
     ผู้ช่วยผู้จัดการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็กกล่าวว่า ส่วนใหญ่ที่พบและสังเกตเห็น เด็กจะมีบาดแผลตามร่างกายขณะมาเสิร์ฟอาหาร หรือพบโรงงานปิดมิดชิดและเห็นเด็กอยู่ข้างใน และมีการแจ้งเข้ามาเพื่อมูลนิธิจะได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปสืบค้นข้อมูลเบื้องต้น
     หากพบข้อมูลชัดเจนก็จะประสานภาครัฐ อาทิ ตำรวจ เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน เจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าไปช่วยเด็กจากสถานประกอบการออกมา ส่งผลให้ปัจจุบันสถานการณ์ดังกล่าวลดลงจากแต่ก่อนมาก
     "ทัตติยา" กล่าวว่า นอกจากนี้ยังพบการละเมิดสิทธิเด็ก คือการรับใช้ตามบ้านโดยจะเป็นเด็กภาคอีสาน
     แต่ปัจจุบันนี้จะเป็นเด็กต่างชาติ จากประเทศพม่า ลาว กัมพูชา จะมีการละเมิดตั้งแต่การนำพาเข้ามาในประเทศ บางกรณีเป็นการค้ามนุษย์ มีนายหน้าไปชักชวนล่อลวงมาจากบ้าน และมีกระบวนการส่งต่อกันมาใช้ทำงาน เก็บค่านายหน้าจากกลุ่มนายจ้าง ส่วนหนึ่งเด็กทำงานไปไม่ได้รับค่าแรง เด็กบางคนก็ถูกนายจ้างทุบตี ทำร้าย บางคนก็ถูกล่วงละเมิดทางเพศ
     ผู้ช่วยผู้จัดการมูลนิธิเพื่อพัฒนาเด็กบอกว่า ตอนนี้กระทรวงแรงงานก็ไม่สามารถส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยเหลือได้ เนื่องจากไม่สามารถเข้าไปในบ้านส่วนบุคคลได้ เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้เฉพาะโรงงาน ร้านค้า ขณะที่บ้านส่วนบุคคลต้องใช้อำนาจหมายศาลเพียงอย่างเดียว ซึ่งมูลนิธิกำลังผลักดันกับกระทรวงแรงงานอยู่
     "เป็นเรื่องยากมากที่เราจะรู้ว่าเด็กอยู่ที่ไหน เพราะหากจะได้รับข้อมูล ก็คือจากข้างบ้านหรือคนที่อยู่ใกล้ๆ และสังเกตเห็นในกรณีที่ได้ยินเสียงการทุบตีทำร้ายเด็ก มีเด็กอยู่ในบ้านและไม่ได้ออกมา"
     "อีกส่วนพ่อแม่จากต่างประเทศแจ้งเข้ามาผ่านกระทรวงแรงงานจากต่างประเทศ ให้ช่วยตามหาเด็กที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยว่าอยู่ที่บ้านไหน อย่างไรบ้าง เพราะบางคนไม่ได้ส่งข่าวกลับมา" 
     "ล่าสุดพบที่ว่าเด็กอยู่กับนายจ้างถึง 7 ปีโดยไม่ได้รับค่าจ้างเลย เพราะถูกกักขังตอนกลางคืน ล็อกกุญแจจากด้านนอก และทุบตีตลอดเวลา ใช้คีมหนีบตามร่างกาย นายจ้างมีอารมณ์รุนแรง"
     งานอีกอย่างที่น่าเป็นห่วงคือ การทำงานในเรือประมงประเภทออกเรือไป ไม่ทราบว่ามีเด็กจำนวนเท่าไหร่ ออกไปแล้วบางคนเสียชีวิต บางคนหนีหรือไปอยู่ที่ไหน
     เรื่องดังกล่าวนานาประเทศกำลังให้ความสำคัญ และที่ผ่านมาไทยก็มีเรื่องที่เข้าข่ายการละเมิด เช่น โรงงานแกะกุ้งที่ละเมิดแรงานเด็กถึง 800 คน มูลนิธิได้เข้าไปช่วยเหลือและเป็นข่าวใหญ่โต ปรากฏว่าสถานทูตสหรัฐอเมริกาทราบเรื่องดังกล่าว จึงไม่รับการขนส่งกุ้งของไทยเข้าประเทศ  
     "เราก็เดือดร้อนจากประเด็นดังกล่าว แต่เราคิดว่าปัญหาทั้งหมดหากจะแก้ไขได้ สังคมต้องตระหนักว่าเราต้องไม่ละเมิดสิทธิของเด็กหรือแรงงานมากกว่า เพราะหากมีการแก้ไขเรื่องนี้จะช่วยลดปัญหาลงได้ และอาจทำให้สถานการณ์ที่อเมริกามองเราในแง่ลบให้ดีขึ้น และการคุ้มครองเด็กให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น"
     "ผู้ช่วยผู้จัดการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก" กล่าวว่า นอกจากนี้มูลนิธิยังมีโครงการสื่อมวลชนเพื่อเด็ก รณรงค์ ช่วยเหลือเด็กให้รู้เท่าทันสื่อ วัตุประสงค์ให้เยาวชนได้ผลิตสื่อที่เหมาะสมและปลอดภัยแก่เด็ก ตอนนี้ได้ทำงานร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)     รูปแบบจะเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนที่เฝ้าระวังสื่อที่ไม่ดี มีส่วนร่วมในการผลิตสื่อสร้างสรรค์ ตอนนี้มีโครงการสื่อสร้างสรรค์ในภาวะยากลำบาก จะแบ่งเด็กที่เข้าโครงการนี้ทำงานร่วมกับมูลนิธิเพื่อเด็กพิการ กลุ่มแรงงานเด็กทั้งไทยและเด็กต่างชาติที่มีปัญหา
     จะส่งเสริมให้เด็กที่ไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับสื่อ ได้ผลิตสื่อเพื่อถ่ายทอดเสียงของตัวเองว่าตอนนี้เขาเป็นอย่างไร สถานการณ์ของเขาเป็นอย่างไร และเขาต้องการอะไร เพื่อนำเสนอสิ่งเหล่านี้ที่เขาต้องการผ่านสู่สังคม รวมทั้งยังเป็นการเฝ้าระวังให้เด็กกลุ่มนี้เท่าทันสื่อที่มีลักษณะรุนแรงหรือเป็นสื่อลามก เป็นสื่อที่ส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบหรือไม่เหมาะสม
     ตอนนี้เด็กได้ผลิตสื่อรณรงค์ เช่น การทำแผ่นป้าย หนังสั้น รายการวิทยุ เมื่อพวกเขามีรายการของตัวเอง หรือในชุมชน หรือเสียงตามสาย หรือผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ที่เขาอยากได้ความรู้เรื่องอะไร เขาก็มีส่วนร่วมในการผลิตและนำเผยแพร่ 
     "ช่วงหลังจะพบว่าเด็กบางคนที่มาจากประเทศลาวไม่ได้ยากจน แต่เป็นกลุ่มเด็กที่ดูโทรทัศน์ไทย เห็นว่ามาประเทศไทยกินดีอยู่ดี อยู่สบาย ทำให้เด็กตัดสินใจเข้ามา เพราะได้รับภาพและมุมมองจากสื่อ จากการบริโภคนิยม จึงอยากทำให้เด็กเท่าทันเรื่องนี้ด้วย"
     "ผู้ช่วยผู้จัดการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก" กล่าวว่า ยังมีโครงการครอบครัวและชุมชนพัฒนา จะช่วยเหลือเด็กในชุมชนแออัดให้เด็กและครอบครัวมีพื้นที่สร้างสรรค์ ได้จัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับเขา แม้จะอยู่ในพื้นที่ชุมชนแออัด มีพื้นที่น้อย และจะต้องได้รับการพัฒนาเช่นเดียวกับเด็กกลุ่มอื่น     เราจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์ให้แก่เด็กในชุมชนแออัด มีเรื่องยาเสพติด ติดเกม หรือเลียนแบบสิ่งที่ไม่เหมาะสม เช่น การตีกัน และใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา
     ลักษณะของการทำงานจะเป็นพื้นที่ทางกายภาพ จะมีสนามเด็กเล่น มีศูนย์การเรียนรู้สำหรับเด็กในชุมชน พื้นที่ทางความคิด พื้นที่ทางสื่อ และพื้นที่ทางการพัฒนาเด็ก
     ตอนนี้กำลังขยายแนวคิดไปทั่วประเทศ และนายกฯ ก็รับเรื่องดังกล่าวว่าเป็นวาระแห่งชาติ ที่ต้องการผลักดันให้แก่เด็กทุกกลุ่ม แม้จะอยู่ในชุมชนแออัดหรือสถานพินิจให้มีพื้นที่สร้างสรรค์
     "เพราะจากการสำรวจของมูลนิธิ เด็กเดินเพียง 7 ก้าวก็ถึงร้านเกม ถึงยาเสพติด ถึงสิ่งไม่เหมาะสม แต่พื้นที่สร้างสรรค์เด็กอยู่ไกลขึ้นทุกที จะทำอย่างไรให้ทุกหน่วยงานร่วมกันพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์ โดยมูลนิธิก็ได้ดำเนินการบริเวณพื้นที่ย่านหัวลำโพงที่รองรับครอบครัวอพยพมาจากชนบท เป็นกลุ่มครอบครัวที่พ่อแม่มีปัญหายาเสพติดและใช้ความรุนแรง"
     "ทัตติยา" กล่าวว่า สำหรับปัญหาของเด็กในสมัยนี้คือ เด็กที่อยู่ในสถานการณ์ความรุนแรง โดยเฉพาะเด็กใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบกลุ่มเด็กไม่มีโอกาสทางการศึกษา คือไปเรียนบ้าง ไม่ได้ไปเรียนบ้าง เนื่องจากห่วงเรื่องความปลอดภัย
     โดยเด็กกลุ่มนี้จะเห็นความรุนแรงที่รอบตัวเขาทั้งการยิงกัน เหตุระเบิด ทำให้พวกเขาซึมซับกับเรื่องพวกนี้ บางคนได้รับข้อมูลไม่ถูกต้อง ทำให้ต้องเข้าไปสู่กระบวนการก่อการร้าย ถือเป็นปัญหาที่ค่อนข้างน่าเป็นห่วง
     เพราะหน่วยงานที่เข้าไปช่วยเหลือมีจำนวนน้อยมาก การทำงานของเขาก็ยาก เพราะความไม่ปลอดภัยและความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกันจากหน่วยงานรัฐและชาวบ้าน เด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี บางคนก็ไม่มีห้องน้ำใช้ หรือเสื้อผ้า ยารักษาโรคก็ไม่เพียงพอ
     อีกส่วนคือเรื่องความคิดแตกต่างที่ผู้ใหญ่ถ่ายทอดมาสู่เด็ก แค่เรื่องความคิดที่แตกต่าง แต่ส่งผลในชุมชนในกรุงเทพฯ อย่างมาก อย่างเช่น ชุมชนที่หัวลำโพง เด็กพูดจาเหมือนกับผู้ชุมนุม ใครไม่เห็นด้วยก็จะเอาไม้ไปตี โดยระบุว่าจะตีหัวให้แตก เพราะไม่ใช่พวกเรา โดยลักษณะเป็นความรุนแรงทั้งคำพูด ความคิด การกระทำเพิ่มมากขึ้น
     "หากเราไม่ช่วยกันในเรื่องข่าวสารและการกระทำของผู้ใหญ่ ก็จะทำให้สถานการณ์ลักษณะนี้รุนแรงมากขึ้น"
     ผู้ช่วยผู้จัดการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็กระบุว่า สุดท้ายสำหรับปัญหาของมูลนิธิคือ เรื่องการเงิน เนื่องจากคนบริจาคน้อยลง อาจเป็นเพราะปัญหาเศรษฐกิจ แต่หากเป็นเรื่องงานก็คือ การประสานงานกับภาครัฐ ที่บางหน่วยงานมีทัศนคติไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเด็ก หรือในเรื่องกฎหมายต่างๆ ที่ยังไม่สามารถช่วยเหลือเด็กได้. 

ที่มา ไทยโพสต์

พิมพ์อีเมล

logo mini

มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.)
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.) เลขที่ 179 หมู่ 6
ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270
โทร. 02-3933717-8    
โทรสาร. 02-3933717 ต่อ 112

แผนที่

Map 201705 01